thaiagrinature


บุคคลที่หาได้ยาก (1)

     ในยุคสมัยแห่งการยื้อแย่งแข่งขัน ท่ามกลางสังคมที่ตะเกียกตะกายแก่งแย่งกัน เพื่อหวังลาภยศถาบรรดาศักดิ์ อาจารย์ยักษ์ถือว่าตัวเองเป็นคนมีบุญ เพราะท่ามกลางความรุ่มร้อนจากโลภะ โทสะ โมหะ ยังได้พบเจอกับเหล่า “บุคคลที่หาได้ยาก” มากมายหลายคน เป็นคนที่มีจิตวิญญาณสร้างผลงานขึ้นมาด้วยจิตใจมุ่งมั่นของตัวเอง แม้ไม่มีปัจจัยค่าตอบแทนใดๆ ก็ทุ่มเททำจริง

     อาจารย์ยักษ์อยากให้กำลังใจ และอยากพูดถึงคนในกลุ่มที่ถือว่าเป็นรุ่นกลางของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ยกตัวอย่างความพยายามของ เอ (เกียรติศักดิ์ ลีสง่า) ที่พยายามสร้างรูปธรรมของการนำไม้มาใช้ประโยชน์ให้คนเห็นจริง โดยนำไม้ที่ปลูกจากเครือข่ายธนาคารต้นไม้มาสร้างธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ขึ้นที่มาบเอื้อง ซึ่งเป็นหนทางที่เป็นรูปธรรมในการแสดงให้เห็นว่าการปลูกไม้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์เองนั้นสามารถทำได้

     เพราะเดี๋ยวนี้คนไม่กล้าปลูกต้นไม้แล้ว เขาคิดว่าปลูกแล้วนำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ปลูกแล้วตัดไม่ได้ ขนย้ายไม่ได้ เขาจึงเลือกทางที่จะตัดทิ้ง เผาทิ้งง่ายกว่า แต่เอก็ทำให้ดูแล้วว่าสามารถทำได้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ยืนยันแล้วว่าการขนส่งเคลื่อนย้ายไม้ที่ปลูกในที่ดินของตนเองเพื่อนำมาทำประโยชน์นั้นทำได้ ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่โฉนด หรือ น.ส. 3 ของตนเองนั้นนำมาทำประโยชน์ได้อย่างมากมาย

     เพียงมีใบอนุญาตจากผู้มีอำนาจ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าเป็นไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินของนาย ก นาย ข ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ มีไม้สองอย่างเท่านั้นที่เป็นไม้สงวน คือไม้สัก กับไม้ยาง หากจะตัดต้องขออนุญาตจากทรัพยากรจังหวัด เมื่อขออนุญาตแล้วภายในเวลาหนึ่งเดือนก็ต้องอนุญาต ถ้าไม่อนุญาตก็หมายความว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะตามกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวก แม้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้

      เอก็ได้เพียรพยายามไปทำเอกสารเพื่อเคลื่อนย้ายมาทำประโยชน์ให้เห็นจริง ชาวบ้านจะได้มีกำลังใจ เพราะถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นที่มีอำนาจปลูกได้ เคลื่อนย้ายได้ ชาวบ้านก็ไม่อยากปลูก สุดท้ายก็คือบ้านเราจะไม่มีต้นไม้ เพราะเอามาใช้ประโยชน์ไม่ได้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายยิ่งกว่า

     การทำให้ดูตัวอย่างนี้สำคัญ แต่ส่วนใหญ่แล้วคนจะไม่ค่อยสนใจทำเพราะเป็นมุมที่ละเอียดอ่อนและยาก แต่เอมาทำเขาลำบากและทำงานหนักเพื่อที่จะสร้างให้เสร็จ คนมาเห็นก็สนใจ และนำไปทำตามได้ ถ้าคิดแล้วเพียงแค่พูดด้วยปาก หรือแม้แต่เขียนกฎหมายขึ้นมาก็เท่านั้น ไม่เกิดผลเพราะแปลงลงสู่การปฏิบัติไม่ได้ แต่เอเพียรพยายาม ปฏิบัติ ของจริงนี่แหละที่จะพิสูจน์ให้คนเห็น และคนก็จะคิดที่จะสร้างบ้านด้วยไม้ สร้างยุ้งข้าวด้วยไม้ ทำอะไรด้วยไม้ที่ตนปลูกเอง

     นอกจากตัวอย่างของเอแล้ว คนที่สองก็คือ ผู้ใหญ่ดาว (เดช ทองลพ) กับทีมงาน ทั้งเมีย ทั้งลูก เห็นคุณค่าของงานกสิกรรมธรรมชาติ ตั้งแต่มาอบรมที่มาบเอื้องกลับไปบ้านก็ปลูกต้นไม้มากมายที่บ้าน จัดงานระดมทุนมาปลูกต้นไม้เพื่อประเดิมให้เกิดการปลูกต้นไม้ในบ้าน ทุกวันนี้มีป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างเป็นเรื่องเป็นราว พอรู้ว่ามาบเอื้องจะสร้างธนาคารต้นไม้ ก็รีบเกี่ยวข้าวให้เสร็จแล้วยกทีมขึ้นมาทำธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ที่มาบเอื้อง แม้ว่าไม้ที่ตัดมายังไม่แห้งดี ก็เร่งสร้าง เร่งทำ ถึงแม้จะหดบ้าง จะเอียงบ้าง มันก็เป็นความพยายามของคนที่ต้องการพิสูจน์ว่าเขาลงมือทำจริง ทำได้จริง เรื่องราวแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องยกย่อง อย่างนี้เราอยากจะยกย่องให้คนเอาเป็นตัวอย่าง เพราะทำจริงๆ

     เรื่องราวของบุคคลที่หาได้ยากยังไม่หมดเท่านี้ ฉบับหน้าจะชี้ให้เห็นเหตุว่าทำไมอาจารย์ยักษ์ถึงเชื่อว่า กาละเวลานี้ โลกจำเป็นและต้องการบุคคลที่หาได้ยาก แม้เป็นเพียงคนเล็กๆ เหล่านี้ โปรดติดตามอ่านใน คมชัด ลึก เสาร์หน้า

“อ.ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู”

พอแล้วรวย 19 กุมภาพันธ์ 2554



ธนาคารต้นไม้ 984 สาขา ถวายเป็นพระราชกุศล

ธนาคารต้นไม้ 984 สาขา ถวายเป็นพระราชกุศล ธนาคารต้นไม้เป็นแนวทางของภาคประชาชน ที่ตั้งขึ้นมาเป็นองค์กรขับเคลื่อน โดยมุ่งหวังส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ในที่ดินของตนเอง แล้วรวมตัวกันเป็นเครือข่าย มีการตรวจนับ การประเมินรับรอง และจัดทำบัญชีธนาคารต้นไม้ กำหนดเป็นสำนักงานใหญ่ และสำนักงานสาขาธนาคารต้นไม้ ด้วยความเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้แหละที่จะสร้างความพอเพียง มั่นคง มั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชน สังคม ประเทศชาติ และกับโลกใบนี้

ในปีอันเป็นมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ หรือ 84 พรรษา กลุ่มธนาคารต้นไม้ 984 สาขาจะร่วมกันตั้งสำนักงานใหญ่ธนาคารต้นไม้ขึ้นที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคาร 7 ชั้น โดยยึดเอาตัวเลข 7 ซึ่งเป็นเลขมงคลของปีนี้ เป็นแนวคิดการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ ที่สำคัญไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมดนั้น ได้มาจากต้นไม้ที่ปลูกในธนาคารต้นไม้สาขาต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ โดยชาวบ้านปลูกและดูแลรักษาเอง เป็นตัวอย่างของการสร้างความพอเพียง และฟื้นคืนความมั่งคั่งให้แก่แผ่นดินนี้

เครือข่ายธนาคารต้นไม้ นำโดย พงศา ชูแนม ขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าวมาหลายสิบปี โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างภายใต้ปรัชญาของธนาคารต้นไม้ เพราะเชื่อมั่นว่า ต้นไม้เท่านั้นที่เป็นความมั่นคงของแผ่นดิน ซึ่งอาจารย์ยักษ์ก็เห็นด้วย โดยคิดอย่างง่ายว่าต้นไม้น้ำหนัก 2 ตัน จะเก็บรักษาน้ำไว้ได้ 2 คิว ในขณะเดียวกันจะเก็บคาร์บอนไว้ในลำต้นได้ถึง 1 ตัน ซึ่งก็หมายความว่าในเนื้อไม้นั้นได้สะสมเอาคาร์บอนไว้ถึงครึ่งหนึ่ง

และด้วยเหตุนี้เองต้นไม้จึงให้ประโยชน์มากมาย นับง่ายๆ ได้ 4 อย่าง คือประโยชน์ในการใช้เป็นอาหาร เป็นประโยชน์อย่างที่หนึ่ง หรือเรียกว่า “พอกิน” ประโยชน์ใช้สร้างที่อยู่อาศัย เช่น การสร้างสำนักงานใหญ่นี้เรียกว่า “พออยู่” เป็นประโยชน์อย่างที่สอง ประโยชน์อย่างที่สาม คือใช้ทำเครื่องไม้ เครื่องมือ เครื่องใช้ไม้สอย หรือ “พอใช้” เป็นประโยชน์อย่างที่สาม ที่สำคัญที่สุด คือประโยชน์อย่างที่สี่ ต้นไม้สร้างความร่มเย็นให้โลกใบนี้ คืนความสมดุลให้ระบบนิเวศ หรือชาวเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงเรียกว่า “พอร่มเย็น” ทั้ง 4 ประการจึงเป็นความหมายของการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยเป็นการปลูกป่าที่มีการวางแผนเลือกชนิดและความสูงของไม้ให้ไล่ระดับความสูง จึงสามารถปลูกไม้ในพื้นที่ที่มีให้ได้ประโยชน์สูงสุดก็หมายความว่าในเนื้อไม้นั้นได้สะสมเอาคาร์บอนพราะต้นไม้ านปลูกและดูแลรักษาเอง เป็นตัวอย่างของการ อันเป็นแนวทางการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ และเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดธนาคารต้นไม้

ปีนี้ ชาวธนาคารต้นไม้จึงตั้งใจว่าจะเร่งสร้างตัวอย่างความสำเร็จ 984 สาขา และสร้างธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ให้ประจักษ์ถึงการเอาจริง ตั้งใจจริง และทำทันทีของพวกเขา ซึ่งจะแสดงผลให้เห็นเป็นหนึ่งในวิถีบ้าน บ้าน การกระทำของคนเล็กๆ ที่ช่วยให้ผ่านวิกฤติได้ทุกเรื่อง แม้เรื่องใหญ่ๆ เช่นภาวะโลกร้อน ซึ่งหากจะลองทบทวนจริงจังก็จะพบว่า ปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ดูเหมือนจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคนเพียงคนเดียว แท้ที่จริงแล้วเกิดจากน้ำมือของคนแต่ละคน ที่กระทำต่อโลกนี้พร้อมๆ กันโดยไม่ทันตระหนัก ดังนั้นเมื่อตระหนักแล้วเห็นทางแล้ว จึงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการ “ทำทันที” ดังที่ธนาคารต้นไม้ได้ทำให้เห็นแล้ว

อาจารย์ยักษ์จึงอยากเชิญชวนกันมาร่วมสร้างความฝันของชายคนที่ชื่อ พงศา ชูแนม ที่ทุ่มเทสุดกำลังให้แก่แนวคิดนี้มาตลอด ให้เป็นจริงขึ้นได้ในปีอันเป็นมหามงคลนี้ ในงานมหกรรมคืนชีวิตให้แผ่นดิน…วิถีบ้าน บ้าน ผ่านวิกฤติได้จริง ระหว่างวันที่ 17-19 มีนาคม 2554 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ครับ!

อ.ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู

พอแล้วรวย 12 กุมภาพันธ์ 2554




Follow

Get every new post delivered to your Inbox.