thaiagrinature


กระบวนการขับเคลื่อนทางสังคม (Social movement) ตอนที่ 1
February 9, 2011, 12:25 pm
Filed under: บทความอาจารย์ยักษ์

ขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ คือ วันที่ 19 ธันวาคม มีการจัดงาน “เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อเป็นการติดตามวิกฤตภัยพิบัติธรรมชาติและความพยายามในการหาทางออกร่วมกัน

อาจารย์ยักษ์ได้เข้าร่วมฟังความคิดเห็นจากผู้รู้ต่างๆ ในงาน และได้เห็นว่าขณะนี้คนเริ่มวิตกกังวลเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเตือนไว้มีมากกว่าภัยพิบัติธรรมชาติ พระองค์ทรงเตือนไว้ถึงวิกฤตที่จะมีถึง 4 ด้าน ซึ่งวิกฤตภัยธรรมชาติเป็นเพียงด้านเดียวเท่านั้น อีก 3 ด้าน คือ วิกฤตเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพง วิกฤตโรคระบาดทั้งในคน สัตว์ พืช และวิกฤตความขัดแย้งทางสังคม และสงคราม ซึ่งปีนี้เราได้เห็นครบทั้ง 4 วิกฤตเกิดขึ้นพร้อมกันในปีเดียว

อาจารย์ยักษ์เองได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท จึงมองเห็นปัญหานี้มานานแล้ว และพยายามจะจัดตั้งขบวนการทางสังคมขึ้นเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการทั้งก่อนเกิดภัยพิบัติจะต้องมีการเตรียมการอย่างไร ขณะเกิดภัยพิบัติจะทำการรับมือได้อย่างไร และหลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจะฟื้นฟูวิถีชีวิตอย่างไร  จึงอยากจะเล่าแนวคิด แนวปฏิบัติ ที่เป็นทั้งรูปของขบวนการและเชิงกระบวนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีจังหวะก้าวที่แน่นอน มั่นคง เพื่อที่จะหยุดภัยพิบัติทั้งหมดให้ผู้อ่านได้รับรู้ เพราะว่างานนี้ถ้าจะลุกขึ้นเผชิญกับภัยพิบัติที่มาแรง มาเร็ว มาถี่นั้น ลำพังคนใดคนหนึ่ง ภาคีใด ภาคหนึ่งไม่มีทางสู้ได้แน่นอน มีหนทางเดียวที่จะสู้กับภัยพิบัติได้ คือ ต้องทำเป็นขบวนทั้ง 5 ขบวน ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน ต้องเข้ามาร่วมกันเป็นขบวน เหมือนเอา 5 นิ้วมือ มารวมกันเป็นกำปั้น ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เรียกว่า “การทำงานเป็นขบวนการ” และเป็นขบวนการต่อสู้กับภัยพิบัติที่สำคัญ

วิธีการสร้างขบวนการทางสังคม หรือภาษาวิชาการเรียกว่า “การขับเคลื่อนขบวนการทางสังคม” เพื่อเตรียมรับกับภัยพิบัติ แบ่งเป็นกระบวนการ 7 ขั้นตอนที่ทำได้ง่ายๆ แต่ก่อนที่จะไปถึงการขับเคลื่อนขบวนการทางสังคม ควรที่จะได้มาทำความเข้าใจที่มาที่ไปของการวางแผนรับมือเหตุการณ์วิกฤต ที่อาจารย์ยักษ์วางแผนล่วงหน้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 อันเกิดจากประสบการณ์ที่เผชิญหน้ากับภัยพิบัติสงครามในยุคสงครามเย็น  อันเป็นยุคแห่งความขัดแย้งระหว่างความคิดสุดโต่งสองขั้วได้แก่ ทุนนิยม-เสรีนิยม และสังคมนิยม-คอมมิวนิสต์ ช่วงนั้นทั่วโลกมีความเชื่อกันว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศสุดท้ายในคาบสมุทรอินโดจีนที่ล่มลงภายใต้ทฤษฎีโดมิโน แต่ด้วยความอัจฉริยภาพของพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงใช้การพัฒนาประเทศเพื่อให้งานพัฒนาไปหนุนเสริมการจัดตั้งกองกำลังภาคประชาชนในพื้นที่ ให้สามารถทำมาหากินได้ และรักษ์ถิ่นฐาน พร้อมที่จะร่วมเป็นกองกำลังภาคประชาชนประจำถิ่น เพื่อปกป้องแผ่นดินในยามนั้น

อาจารย์ยักษ์ได้มีโอกาสติดตามการทรงงานของพระองค์ท่านมาตลอดแล้วก็เห็นว่า ภาครัฐที่จะร่วมกันสนองพระราชดำริในครั้งนั้น ไม่สามารถต้านภัยพิบัติทุกด้านได้เด็ดขาด เพราะกองกำลังภาครัฐอย่างเดียวมีค่าใช้จ่ายสูงมาก สูงกว่าข้าศึกที่รายล้อมประเทศอยู่ในยามนั้นถึง 3 เท่า ในบางกองกำลังก็มีค่าใช้จ่ายมากถึง 4 เท่า ดังนั้นหากเราต้องสร้างกองกำลังเปรียบเทียบเพื่อให้มีกองกำลังมากเพียงพอ นั่นแปลว่าเศรษฐกิจไทยจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน ครั้งนั้นจึงมีการปรับตัวครั้งใหญ่เรียกว่าเป็นการ “ระดมสรรพกำลัง” ทุกภาคส่วนของสังคมไทยมาช่วยกันหยุดยั้งการรุกรานจากรอบประเทศ โดยจัดตั้งเป็น “กองกำลังภาคประชาชน” ขึ้น เรียกว่า กองกำลังอาสาสมัครภาคประชาชน นอกจากนั้นยังมีการจัดตั้งกองกำลังกึ่งทหาร เช่น กองอาสารักษาดินแดน ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน ซึ่งทั้งหมดนี้มีค่าใช้จ่ายเท่าเทียมกับการจัดตั้งกองกำลังของฝ่ายตรงข้ามในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการฝึกกองกำลังทหารยุคนั้นมีค่าใช้จ่ายในการฝึกพลทหาร และการเตรียมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์จนกว่าจะรบป้องกันประเทศได้ ต้องใช้เงินถึง 125,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขในปีงบประมาณ 2521 ซึ่งสูงมาก แต่การจัดตั้งกองกำลังกึ่งทหารและกองกำลังภาคประชาชนใช้เงิน 3-40,000 บาทเท่านั้น ดังนั้น รัฐบาลพลเอกเปรมฯ ในสมัยนั้น จึงมีการปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อดำเนินการตามแนวทางระดมสรรพกำลังดังกล่าว

อาจารย์ยักษ์ในฐานะที่เป็นคนเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทำงานทั้งในบทบาทของสภาความมั่นคงแห่งชาติและสภาการพัฒนางานเศรษฐกิจ ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมเขียนแผนการระดมสรรพกำลังของสังคมทุกด้านมาหยุดภัยพิบัติทางสงคราม

จากประสบการณ์ครั้งนั้นแม้ว่าจะหนักหนาแต่อาจารย์ยักษ์มองเห็นว่าครั้งนี้หนักกว่า เพราะสงครามนั้นยังมีสิทธิ์ส่งทูตไปเจรจาได้ แต่สงครามกับธรรมชาตินั้นไม่สามารถส่งทูตไปเจรจาต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น และจะดำเนินการสำเร็จได้อย่างไร โปรดติดตามสัปดาห์หน้า +

อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู


Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: