thaiagrinature


ฅนรักษ์น้ำ
“…หลักสำคัญว่า ต้องมีน้ำ
น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น
ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้
ไม่มีไฟฟ้า คนอยู่ได้
แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้…”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
๑๗ มีนาคม ๒๕๓๙
***************************************
น้ำ…
ปัจจัยพื้นฐานสำหรับทุกชีวิตบนโลก
จากพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “น้ำ” เป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญสำหรับทุกชีวิต ทุกกิจกรรมบนโลก ซึ่งรวมทั้งการทำเกษตรกรรมด้วยเช่นกัน ในทุกคราที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนั้น ทรงทอดพระเนตรพบสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการปลูกข้าว จนเกิดแรงดลพระราชหฤทัยและเป็นแนวคิดขึ้นว่า
๑. ข้าวเป็นพืชที่แข็งแกร่ง หากได้น้ำเพียงพอ จะสามารถเพิ่มปริมาณเม็ดข้าวได้มากยิ่งขึ้น
๒. หากเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาไว้ได้แล้ว นำมาใช้ในการเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเช่นกัน
๓. การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและข้อจำกัดของปริมาณที่ดิน เป็นอุปสรรคสำคัญ
๔. หากแต่ละครัวเรือนมีสระน้ำประจำไร่นาทุกครัวเรือนแล้ว เมื่อนับปริมาณรวมกันก็ย่อมเท่ากับปริมาณในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่สิ้นค่าใช่จ่ายน้อยและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยตรงมากกว่า
เนื่องจากการทำเกษตรกรรมของเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ เป็นระบบเกษตรกรรมที่ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งไม่สามารถกำหนดควบคุมได้ ในบางปีก็เกิดภัยแล้งขณะที่บางปีก็เกิดภัยพิบัติน้ำท่วม จนทำให้พืชผลและสัตว์เลี้ยงจากการกสิกรรมต่างๆ เสียหายไปเป็นจำนวนไม่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น ปัญหาเกี่ยวกับน้ำยังคุกคามรวมไปถึงคนเมือง โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมและปัญหาน้ำเน่าเสีย ที่่สร้างความเดือดร้อนแทบทุกปี  การจัดการเพื่ออนุรักษ์น้ำ ทั้งในสภาวะที่น้ำน้อย น้ำมาก และน้ำเสีย จึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ ทั้งเพื่อการทำ
กสิกรรมธรรมชาติและการดำเนินชีวิตของทุกๆ ชีวิตบนโลก
ศาสตร์การจัดการและการอนุรักษ์น้ำของพระราชา
…จากฟากฟ้า ลงภูผา ผ่านทุ่งนา สู่มหานที...
จากฟากฟ้า…
โครงการฝนหลวง
วิธีทำฝนหลวงมีอยู่ ๓ ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ ๑ ก่อกวน คือ การดัดแปรสภาพอากาศหรือก้อนเมฆในขณะนั้น เพื่อกระตุ้นให้มวลอากาศชื้นไหลพาขึ้นสู่เบื้องบนอันเป็นการชักนำไอน้ำ หรืออากาศชื้นเข้าสู่กระบวนการเกิดเมฆ
ขั้นตอนที่ ๒ เลี้ยงให้อ้วน คือ การดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อทำให้เมฆเจริญขึ้นจนมีขนาดใหญ่ หนาแน่น และพร้อมที่จะตกลงมาเป็นฝน
ขั้นตอนที่ ๓ โจมตี คือการดัดแปรสภาพอากาศที่จะกระตุ้นให้เม็ดละอองเมฆปะทะชนกัน แล้วรวมตัวเข้าด้วยกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการลดแรงไหลพาขึ้นเบื้องบน เพื่อให้เม็ดน้ำมีขนาดใหญ่ตกลงสู่เบื้องล่าง แล้วเกิดเป็นฝนตกลงมาสู่เป้าหมาย
ลงภูผา…
เครื่องดักหมอก
พระองค์ท่านได้พระทานพระราชดำริให้จัดทำแผงดักหมอก และทดลองใช้บริเวณพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ เมื่อ ๑๔ มีนาคม ๒๕๓๖ โดยหลักการวางแผงดักหมอกควรจะออกแบบให้สามารถรับน้ำได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของแผง การติดตั้งแผงควรพิจารณาทิศทางของลมและตั้งขวางทางลม เพื่อดักหมอกและน้ำค้าง ใช้วัสดุอะไรก็ได้ทำแผงดักหมอก แต่ควรเป็นวัสดุที่หาง่าย มีในท้องถิ่นและราคาไม่แพง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมว่า
“…แผงดักหมอกนี้สามารถช่วยบังแดดบังลมกับต้นไม้ในระยะแรกที่เริ่มทำการปลูกต้นไม้ หรือในระยะแรกที่ต้นไม้เริ่มเติบโตขึ้นได้ ด้วยส่วนวัสดุที่จะนำมาใช้ในการดักหมอกนี้ควรจะเป็นวัสดุประเภทที่รูพรุนมากๆ เช่น ตาข่ายไนล่อน ซึ่งจะทำให้เกิดการจับตัวของหยดน้ำได้ดี อีกทั้งการใช้วัสดุที่เป็นเสื่อลำแพน การสานอย่าให้ทึบ ควรสานให้โปร่ง เนื่องจากในอากาศนั้นมีความชื้นอยู่แล้ว จะทำให้เกิดการควบแน่นและกลั่นตัวเป็น หยดน้ำได้…”
ฝายชะลอความชุ่มชื้น (Check Dam)
ใช้วัสดุธรรมชาติที่หาง่ายในท้องถิ่นเช่น ก้อนหิน และไม้ เพื่อก่อเป็นฝายขวางร่องน้ำหรือห้วยเล็กๆ ทำหน้าที่กักกระแสน้ำไว้ให้ไหลช้าลง และให้น้ำสามารถซึมลงใต้ผิวดินสร้างความชุ่มชื้นในบริเวณนั้น อีกทั้งยังช่วยดักตะกอนดินและทราย ไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำเบื้องล่าง
แฝก
การปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับเพื่อช่วยชะลอความชุ่มชื้นไว้ในดิน โดยรากของหญ้าแฝกจะขยายออกด้านข้างเป็นวงเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๕๐ เซนติเมตร และจะแทงลงไปเป็นแนวลึกใต้ดิน ๑-๓ เมตรแล้วสานกันเป็นแนวกำแพงดูดซับความชุ่มชื้นให้แก่ผิวดิน
ผ่านทุ่งนา…
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก
เป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัย ในเขตลุ่มน้ำป่าสัก กรุงเทพฯ และปริมณฑล
ลักษณะเป็นเขื่อนดินยาว ๔,๖๘๐ เมตรมีความจุ ๙๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
“…หากประวิงเวลาต่อไปไม่ได้ทำ เราก็ต้องอดน้ำแน่ จะกลายเป็นทะเลทรายและเราก็จะอพยพไปไหนไม่ได้
โครงการนี้คือ สร้างอ่างเก็บน้ำ ๒ แห่ง แห่งหนึ่งคือที่แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งคือที่แม่น้ำนครนายก
๒ แห่งรวมกัน จะเก็บน้ำเหมาะสมพอเพียงสำหรับการบริโภค
การใช้น้ำในเขตกรุงเทพและเขตใกล้เคียง ในที่ราบลุ่มของประเทศไทย…”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ทฤษฎีใหม่
เป็นการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กบนผิวดิน ในพื้นที่การเกษตรของเกษตรกร โดยแบ่งที่ดินสำหรับใช้ขุดเป็นสระเก็บน้ำ ให้สามารถใช้ทำการเกษตรได้ตลอดปีและสามรถเลี้ยงปลาไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้บริเวณขอบสระยังสามารถใช้ปลูกพืชผักสวนครัวได้อีกด้วย
“…หากใช้ทฤษฎีใหม่สมบูรณ์ สระน้ำทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และเต็มความสามารถ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติม…”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
โครงการแก้มลิง
หลักการของโครงการคือ เมื่อเกิดน้ำท่วมก็ขุดคลองชักน้ำให้ไหลมารวมกัน เก็บไว้ในแหล่งพักน้ำ แล้วจึงค่อยทำการระบายลงสู่ทะเลผ่านทางประตูระบายน้ำในช่วงที่ปริมาณน้ำทะเลลดลง ขณะเดียวกัน ก็สามารถสูบน้ำออกจากคลองที่เป็นแก้มลิงลงสู่ทะเลตลอดเวลา เพื่อที่น้ำจากตอนบนจะได้ไหลลงมาได้เรื่อยๆ และเมื่อใดก็ตามที่ระดับน้ำทะเลขึ้นสูงกว่าระดับน้ำในคลองที่เป็นแก้มลิง ก็ให้ปิดประตูระบายน้ำ กั้นไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้ามา
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน
โครงการเขื่อนเก็บกักน้ำคลองท่าด่าน จังหวัดนครนายก สร้างอยู่ในบริเวณจุดที่ต่ำจากน้ำตกเหวนรกลงมา เป็นโครงการที่มีความสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ราษฎรมีน้ำใช้เพาะปลูกในฤดูแล้งได้เป็นจำนวนนับแสนไร่แล้ว เขื่อนแห่งนี้ยังสามารถป้องกันอุทกภัยไว้ได้ทุกปี ขณะเดียวกันในฤดูแล้ง น้ำจากเขื่อนก็จะถูกระบายออกให้แก่เกษตรกร ทั้งยังเป็นการช่วยชะล้างดินเปรี้ยวในพื้นที่หลายอำเภอของนครนายกได้อีกทาง
พระราชดำริในการใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย
เป็นการนำน้ำคุณภาพดีจากแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งเข้าไปไล่น้ำเสียตามคลองในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ คลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองแสนแสบ คลองเทเวศร์ และคลองบางลำภู เพื่อช่วยลดปัญหาความเน่าเสียของน้ำในคลองต่างๆ คล้ายกับการ “ชักโครก” คือ ปิดและเปิดน้ำให้ได้จังหวะตามเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง หากน้ำขึ้นสูงก็เปิดประตูน้ำให้น้ำดีเข้าไปไล่น้ำเสีย ครั้นน้ำทะเลลงก็เปิดประตูถ่ายน้ำเสียออกจากคลองไปด้วย
กังหันน้ำชัยพัฒนา
ใช้บำบัดน้ำเสียที่เกิดจากชุมชนและอุตสาหกรรม ลักษณะเป็นเครื่องกลหมุนช้าแบบทุ่นลอยเพื่อช่วยเติมออกซิเจนที่ผิวน้ำ
สู่มหานที…
บำบัดน้ำเสียโดยธรรมชาติ
โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริตั้งอยู่ที่ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นโครงการศึกษาวิจัยวิธีการบำบัดน้ำเสีย กำจัดขยะมูลฝอยและการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีธรรมชาติตามแนวพระราชดำริ มีขั้นตอนคือ
๑. ดำเนินการสร้างท่อระบายรวบรวมน้ำเสีย (Combine Waste Water System) จากเทศบาลเมืองเพชรบุรี จาก
นั้นส่งน้ำเสียไปยังสถานีสูบน้ำเสียที่คลองยางซึ่งเป็นบ่อดักขยะและบ่อตกตะกอนโดยในขั้นต้น จะสามารถลดค่าความสกปรกไปได้ถึงร้อยละ ๔๐
๒. น้ำเสียจากคลองยางจะถูกสูบและส่งไปตามท่อเป็นระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียที่ตำบลแหลมผักเบี้ย ซึ่งดำเนินการพร้อมกัน ๒ ระบบ คือระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบกำจัดขยะโดยระบบบำบัดน้ำเสียแบ่งออกเป็น
ก. ระบบบำบัดหลัก
ซึ่งประกอบด้วยระบบบำบัดน้ำเสีย (Lagoon Treatment) จำนวน ๕ บ่อ ในพื้นที่ ๙๕ ไร่ โดยน้ำเสียจะไหลเข้าระบบน้ำล้น ตามลำดับคือผ่านบ่อตกตะกอน (Sedimentation Pond) เข้าบ่อบำบัด ๑-๓ (Oxidation Pond) ก่อนไหลสู่บ่อปรับคุณภาพน้ำ (Polishing Pond) เป็นขั้นสุดท้าย จากนั้นจึงระบายลงสู่ป่าชายเลน ซึ่งน้ำเสียขั้นสุดท้ายจะได้รับการตรวจสอบคุณภาพน้ำจากคณะวิจัยอย่างใกล้ชิด
ข. ระบบบำบัดน้ำรอง
อยู่ระหว่างดำเนินการในพื้นที่ประมาณ ๖๐ ไร่ ประกอบด้วย
• ระบบบึงชีวภาพ (Constructed Wetland) เป็นการดำเนินการโดยให้น้ำเน่าเสียไหลผ่านบ่อดินตื้นๆ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ภายในปลูกพืชที่มีรากพุ่งประเภทกกพันธุ์ต่างๆ และต้นอ้อพืชเหล่านี้มีระบบรากแผ่กระจายยึดเกาะดิน และสามารถเจริญเติบโตดีในน้ำขัง พืชน้ำเหล่านี้จะช่วยดูดซับสารพิษและอินทรีย์สารให้ลดน้อยลง ตลอดจนทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ให้หมดไป
• ระบบกรองน้ำเสียด้วยหญ้า (Grass Filtration) โดยการปล่อยน้ำจากบ่อปรับคุณภาพน้ำของระบบบ่อบำบัดน้ำเสียเป็นระยะ (Bat Flow) นานครั้งละ ๑–๒ สัปดาห์ ผ่านเข้าไปในแปลงหญ้ามีขนาดและลักษณะเหมือนระบบบึงชีวภาพ จนกระทั่งน้ำมีความสะอาดดียิ่งขึ่น
• ระบบกรองน้ำเสียด้วยป่าชายเลน (White and Red Mangrove) น้ำเสียจะได้รับการบำบัดผ่านเข้าไปในพื้นที่ ๓๐ ไร่ ที่ทำการปลูกป่าชายเลนแบบคละ ผสมผสานกันในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งน้ำที่ผ่านป่าชายเลนจะได้รับการบำบัดจนเป็นน้ำดีตามมาตรฐาน
วิธีการจัดการและอนุรักษ์น้ำรูปแบบอื่นๆ ที่เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติได้พัฒนาและนำมาประยุกต์ใช้
การบำบัดน้ำเสียโดยใช้จุลินทรีย์
วิธีที่ ๑ การใช้น้ำหมักชีวภาพโดยการใช้น้ำหมักชีวภาพปริมาณ ๑ ต่อ ๕๐๐ ส่วน ราดลงทั้งในน้ำทิ้งจากครัวเรือน ตลาดสด ฟาร์มปศุสัตว์ หรือโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายอินทรีย์สารในแหล่งน้ำ นอกจากนี้ น้ำหมักชีวภาพยังสามารถนำไปใช้ได้ดีในการปรับสภาพน้ำในบ่อประมงทั้งบ่อเลี้ยงกุ้งและปลาได้เป็นอย่างดี
วิธีที่ ๒ ลูกระเบิดจุลินทรีย์
เป็นการบำบัดและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้ดีขึ้นด้วยจุลินทรีย์เช่นเดียวกับการใช้น้ำหมักประกอบด้วยโคลนจากท้องน้ำ ๕๐ กิโลกรัม, รำ ๑๐ กิโลกรัม, ปุ๋ยอินทรีย์เม็ดหรือผง ๕๐ กิโลกรัม และน้ำหมักชีวภาพที่หมักจนได้ที่แล้ว ๓ เดือนขึ้นไป โดยนำทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน จนสามารถปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าลูกเปตอง นำไปผึ่งไว้ในที่ร่มจนแห้ง สามารถนำไปบำบัดน้ำได้ โดยใช้ในอัตราส่วน ๕ กิโลกรัมต่อน้ำ ๑ ล้านลิตรหรือ ๒๕-๕๐ กิโลกรัม ต่อพื้นที่ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำที่เน่าเสีย
จากการทดลองของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติพบว่า สามารถเพิ่มค่า DO (Dissolved Oxygen) หรือค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำจาก ๓.๕ ppm (หรือส่วนในล้านส่วน) เป็น ๖.๕ ppm ในเวลา ๒๒ นาที
ออกซิเจนเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับปลา, หอย, พืช และแอโรบิคแบคทีเรีย (แบคที่เรียที่ต้องการออกซิเจน) ถ้าหากค่า DO ในน้ำต่ำกว่า ๓ ppm จะทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำอยู่ในภาวะถูกกดดัน ถ้าค่า DO ต่ำกว่า ๒ ppm หรือ ๑ ppm ปลาจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เนื่องจากปลาจะดำรงชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ ได้ที่ค่า DO ๕-๖ ppm ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมาก สำหรับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและพืชน้ำ
การเพิ่มออกซิเจนในแหล่งน้ำช่วยให้เกิดแบคทีเรียที่สร้างสรรค์นี้อย่างทวีคูณ ส่งเสริมให้เกิดสัตว์หน้าเลน เช่น ไส้เดือน แมลงในน้ำ รวมทั้งไรน้ำ ซึ่งเป็นอาหารธรรมชาติที่สำคัญยิ่งของสัตว์น้ำพวก ปู กุ้ง ปลา และหอย
เญาะ หมฺรำ กล่ำ ซั้ง
เญาะ (อีสาน) หมฺรำ (ใต้) กล่ำหรือ ซั้ง (ตะวันออก) เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย เพื่อดึงดูดสัตว์น้ำให้เข้ามาอยู่อาศัย เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็กจำนวนมาก และช่วยให้สะดวกในการทำประมงมักสร้างด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นเช่น กิ่งไม้ กอไผ่ ใบมะพร้าว เครื่องมือชนิดนี้นอกจากจะถูกประยุกต์มาเป็นแหล่งอนุรักษ์สัตว์น้ำแล้ว ยังช่วยป้องกันเรือประมงขนาดใหญ่ เช่น เรืออวนลาก เข้ามาทำประมงในเขตน่านน้ำหวงห้ามได้อีกทางหนึ่งด้วย

Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: