thaiagrinature


ฅนมีไฟ

“…น้ำมันปาล์มทราบว่าดีเป็นน้ำมันที่ดีใช้งานได้
ใช้บริโภคแบบใช้น้ำมันมาทอดไข่ได้ มาทำครัวได้
เอาน้ำมันปาล์มมาใส่รถดีเซลได้
กำลังของน้ำมันปาล์มนี้ดีมากได้ผล
เพราะว่าเมื่อได้มาใส่รถดีเซล ไม่ต้องทำอะไรเลย
ใส่เข้าไป แล่นไป คนที่แล่นตามบอกว่าหอมดี…”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
***************************
ไบโอดีเซล (Biodiesel) ทางเลือกหนึ่งของพลังงานทดแทน
               น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นปัจจัยสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยตรง มีความสำคัญต่อภาคการผลิต ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคธุรกิจการขนส่ง จากการที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ มีผลต่อค่าครองชีพของประชาชนที่มีรายได้น้อยโดยเฉพาะเกษตรกร  ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
               ไบโอดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำน้ำมันพืชชนิดต่างๆ หรือน้ำมันสัตว์มาสกัดเอายางเหนียวและสิ่งสกปรกออก จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี โดยการเติมแอลกอฮอล์ เช่น เอทานอลหรือเมทานอล และมีตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ ภายใต้สภาวะที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างน้ำมันจาก Triglycerides เป็น Organic Acid Esters เรียกว่า “ไบโอดีเซล” และได้กลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมยา เครื่องสำอาง
               วัตถุประสงค์ของกระบวนการดังกล่าวคือ ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำมันในเรื่องความหนืดให้เหมาะสมกับการใช้งานกับเครื่องยนต์ดีเซล และเพิ่มค่า cetane number การใช้ไบโอดีเซล สามารถลดมลพิษอากาศ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากองค์ประกอบของไบโอดีเซลไม่มีธาตุกำมะถัน แต่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบประมาณ ๑๐% โดยน้ำหนัก จึงช่วยการเผาไหม้ได้ดีขึ้น และลดมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน คาร์บอนมอนนอกไซด์ ฯลฯ  นอกจากนี้ ไบโอดีเซลมีคุณสมบัติในการหล่อลื่นดีกว่าน้ำมันดีเซล  น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนี้  สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบจากการเกษตรภายในประเทศ เช่น ไขมันจากพืช ไขมันจากสัตว์ และสาหร่ายบางชนิด ในระดับชุมชนสามารถทำการผลิตได้จากพืชน้ำมันในท้องถิ่น เช่น น้ำมันสบู่ดำหรือโดยการใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วจากกิจการต่างๆ ทั้งในครัวเรือน ร้านอาหาร ภัตตาคาร กลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์ OTOP หรือโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในชุมชน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร หรือเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำมันที่ใช้แล้ว และช่วยลดปริมาณของเสียที่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกด้วย
               ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาวิจัยและทดลองผลิตน้ำมันไบโอดีเซล นำมาใช้กับยานพาหนะในพระราชวังสวนจิตรลดาเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา และทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้น้ำมันไบโอดีเซลเป็นพลังงานทดแทน เพื่อช่วยแก้ปัญหาของชาติด้านพลังงาน กับคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อสนองพระราชดำริฯ พสกนิกรจึงสมควรน้อมนำเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลมาปฏิบัติ เพื่อทำให้สามารถพึ่งตนเองได้ด้านพลังงานต่อไป
 
การทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชและสัตว์ที่ใช้แล้ว
วิธีการทำน้ำมันไบโอดีเซล
               การใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันที่เหลือใช้ในครัวเรือน ทำให้ประหยัดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสิ่งแวดล้อมไม่ถูกทำลายจากคราบน้ำมันที่ต้องทิ้งลงพื้นดิน หรือแม่น้ำลำคลอง
 อุุปกรณ์ที่ต้องใช้
นำน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ที่ใช้แล้ว กรองเอาเศษอาหารที่ปนออก แล้วยกขึ้นตั้งไฟ
 
1. หากมีน้ำผสมอยู่ในน้ำมัน (ลักษณะขาวข้น) ต้องต้มน้ำมันในอุณหภูมิประมาณ ๑๑๐ องศา นานประมาณ ๑๐ นาที แล้วดับไฟ ขณะต้มจะมีฟองน้ำผุดขึ้น และมีเสียงดังที่ก้นหม้อ
 
– หากไม่มีน้ำปน ต้มน้ำมันที่อุณหภูมิ ๕๗ องศา แล้วดับไฟ ความร้อนจะขึ้นถึง ๖๐ องศา
 
2. นำเมทิลแอลกอฮอล์ใส่ลงในภาชนะคล้ายแกลลอนที่มีฝาปิดและนำโซดาไฟใส่ลงไป ปิดฝาแล้วเขย่าจนละลายหมด ระหว่างเขย่าควรหยุดเปิดฝาให้ไอร้อนระเหยออกจากแกลลอน แล้วจึงเขย่าอีกครั้ง ขั้นตอนนี้ควรทำด้วยความระมัดระวัง อย่าสัมผัสส่วนผสมหรือสูดดมไอระเหย และอย่าทำให้เกิดประกายไฟ ควรทำในสถานที่อากาศถ่ายเทได้ดี หากมีการสัมผัสให้ล้างน้ำสะอาดทันที

เมทิลแอลกอฮอล์ผสมโซดาไฟ เทลงในน้ำมันที่ต้มแล้วและทิ้งไว้จนอุณหภูมิลดลงเหลือ 60 องศา

การใช้น้ำมันไบโอดีเซล
 
ควรหมั่นตรวจไส้กรองดีเซลและเปลี่ยนตามกำหนด หรือถ่ายน้ำมันจากกรองดักน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันการอุดตันของสบู่ หากเครื่องยนต์มีอาการสะดุดให้ตรวจสอบระบบท่อน้ำมันและตรวจไส้กรองน้ำมันดีเซล

เมื่อน้ำมันที่ต้มมีอุณหภูมิ ๖๐ องศา ให้ยกน้ำมันลงจากเตาแล้วนำส่วนผสมของข้อ ๒ เทลงไป กวนให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ ๑ คืน ตอนเช้าจะพบว่ามีฝ้าลอยอยู่บนผิวหน้าให้ตักออก แล้วตักของเหลวใสตอนบน (ไบโอดีเซล) ไปพักไว้ ๗ วัน ค่อยนำไปใช้ เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซล ส่วนชั้นล่างเป็นของแข็งสีน้ำตาล คือ กลีเซอรีน สามารถนำไปทำสบู่ธรรมชาติเพื่อใช้ล้างทำความสะอาดพื้น หรือทำเป็นเชื้อเพลิงติดไฟ หากหลังจากกวนส่วนผสม ผลที่ได้เป็นของเหลวคล้ายเจลโดยไม่มีการแยกตัว หมายความว่า โซดาไฟมากไป หากได้เป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนบน – ไบโอดีเซล, ส่วนกลาง – น้ำมันที่ยังไม่ทำปฏิกิริยา, และส่วนล่าง – กลีเซอรีน หมายความว่าโซดาไฟน้อยเกินไป  หากใช้โซดาไฟที่ชื้นหรือมีน้ำปนอยู่ จะได้ส่วนที่ ๔ เกิดขึ้น คือ สบู่น้ำมันไบโอดีเซลที่ได้ หลังจากตั้งทิ้งไว้
 
ประโยชน์ของน้ำมันไบโอดีเซล

ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศและเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชาติทั้งทางพลังงานและเศรษฐกิจ ช่วยพยุงราคาพืชผลทางการเกษตรของไทย สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับเกษตรกร
ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นลดการสูญเสียจากการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับมลพิษจากอากาศเป็นการแก้ไขมลพิษทางอากาศอีกด้วย เพราะไบโอดีเซลไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ เพิ่มขึ้น ลดการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก
 
ไบโอดีเซล มีการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงที่ได้จากปิโตรเลียมที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ทำให้ไบโอดีเซลมีคุณภาพที่ดีกว่า เพราะออกซิเจนในไบโอดีเซลให้การสันดาปที่มีความสมบูรณ์กว่าดีเซลปกติ จึงมีก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์น้อยกว่า
 
น้ำมันใช้ปรุงอาหารที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้โดยผลิตเป็นไบโอดีเซลช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง
 
………………………………………………………………………. 
 
แก๊สชีวภาพ หรือ ไบโอแก๊ส
 
เป็นแก๊สที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจาการย่อยสลายสารอินทรีย์ภายใต้สภาวะที่ปราศจากออกซิเจน แก๊สชีวภาพประกอบด้วยแก๊สหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นแก๊สมีเทน ประมาณ ๕๐ – ๗๐% และ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณ ๓๐ – ๕๐% ส่วนที่เหลือเป็นแก๊สชนิดอื่นๆ เช่น ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ไนโตรเจน และไอน้ำ ระบบแก๊สชีวภาพ เป็นระบบจัดการของเสียควบคู่ไปกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ภายในระบบ โดยวิธีทางชีวภาพแบบไม่ใช้อากาศ ด้วยการนำสารอินทรีย์หรือมูลสัตว์ไปหมักโดยวิธีชีวภาพ เพื่อให้กลุ่มจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจนย่อยสลายมูลสัตว์เหล่านั้น และเกิดเป็นแก๊สชีวภาพที่สามารถจุดติดไฟได้โดยมีแก๊สมีเทนเป็นองค์ประกอบหลัก
 
แก๊สชีวภาพนั้นสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆได้ น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจากระบบชีวภาพจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี ขบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ สภาวะปราศจากออกซิเจน
 
ขบวนการย่อยสลายประกอบด้วย ๒ ขั้นตอน คือ
 
๑. ขั้นตอนการย่อยสลายสารอินทรีย์โมเลกุลใหญ่ เช่น ไขมัน แป้งและโปรตีน ซึ่งอยู่ในรูปสารละลายจนกลายเป็นกรดอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile acid) โดยจุลินทรีย์กลุ่มสร้างกรด (acid-producing bacteria)
 
๒. ขั้นตอนการเปลี่ยนกรดอินทรีย์ให้เป็นแก๊สมีเทนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์โดยจุลินทรีย์กลุ่มสร้างมีเทน (methane-producing bacteria)
 
ขั้นตอนการสร้างถังหมักแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ขนาดครัวเรือน
 
อุปกรณ์
 
๑.ถังหมักแก๊ส
ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๒๐๐ ลิตร ๑ ใบ พร้อมฝาปิด
ท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒ ๑/๒ นิ้ว สำหรับทำท่อเติมเศษอาหาร และทำตัวประคองแกนใบพัดกวนปฏิกูลในถังหมักแก๊ส
ท่อน้ำประปาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ นิ้ว ทำเป็นแกนเชื่อมเหล็กแผ่นเห็นใบพัด ๒ ชั้น
วาล์วปิด – เปิด ๒ ตัว ตัวที่ ๑ สำหรับเปิดสิ่งปฏิกูล เมื่อปฏิกูลหมดอายุใน ๑๐ -๑๒ เดือน ตัวที่ ๒ สำหรับเปิดปฏิกูลทิ้งรายวันเมื่อนำเศษอาหารใส่แต่ละมื้อ
เกลียวต่อสายยางท่อนำแก๊สออกจากถังหมักแก๊สไปยังถังรับแก๊ส ๑ ตัว
กาว ซิลิโคน และอุปกรณ์ต่างๆ
 
๒.ถังรับแก๊ส
ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๒๐๐ ลิตร ๑ ใบ เป็นตัวเปลือก
ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๑๘๐ ลิตร ๑ ใบ เป็นถังรับแก๊ส
เกลียวต่อสายยาง ๒ ตัว ตัวที่ ๑ ต่อสายยางจากถังหมักแก๊สตัวที่ ๒ ต่อจากถังรับแก๊สไปยังเตาหุงต้ม
 
วิธีทำ
 
๑.วิธีทำถังหมักแก๊ส
เจาะคว้านฝาครอบถังบรรจุแก๊ส ๒ รู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒ ๑/๒ นิ้ว เพื่อทำช่องใส่เศษอาหารแต่ละมื้อ กับช่องประคองแกนกวนปฏิกูล
 
เจาะรูที่ฝาครอบถังหมักแก๊ส ๒ รู เพื่อใส่อุปกรณ์ต่อกับสายยางยำแก๊สจากถังหมักไปยังถังบรรจุแก๊ส
 
เจาะรูที่ข้างถังหมักแก๊ส ๒ รู รูที่ ๑ ใช้ทิ้งปฏิกูลที่หมดอายุ (กำหนดปฏิกูล ๑๐ – ๑๒ เดือน) และรุที่ ๒ สำหรับทิ้งปฏิกูลรายวัน
 
๒.วิธีทำถังเก็บแก๊ส
นำถังเก็บแก๊สคว่ำลงในเปลือกถัง
 
เจาะก้นถังเก็บแก๊ส ๒ รู รูที่ ๑ สำหรับต่อสายยางนำแก๊สจากถังหมักแก๊สมาเก็บ รูที่ ๒ สำหรับต่อสายยางนำแก๊สออกไปใช้โดยติดตั้งกับเตา
 
นำน้ำเทใส่ระหว่างถังเปลือกกับถังเก็บแก๊ส เพื่อเป็นตัวกั้นกันแก๊สออกจากถัง
 
๓.วิธีหมักมูลสัตว์ที่ทำให้เกิดแก๊ส
ใช้มูลสัตว์ ๑ ปี๊บ (เป็นมูลสดจะดีกว่ามูลแห้ง) นำน้ำเปล่า ๑ ปี๊บ (ควรเป็นน้ำประปาที่รองทิ้งไว้เกิน ๘ ชม. เพื่อให้กลิ่นและฤทธิ์คลอรีนลดลง หรือน้ำที่ไม่มีคลอรีนจะดีกว่า) นำน้ำผสมมูลสัตว์เทใส่ถังหมักนาน ๑๐ วัน จะเกิดแก๊สเริ่มต้นและจะผลิตแก๊สได้นาน ๑๐ – ๑๒ เดือน
 
การเติมเศษอาหารลงถังหมักเพื่อเพิ่มคุณภาพของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดแก๊ส ให้เติมเศษอาหารในครัวเรือนที่ไม่มีรสเปรี้ยวใดๆ ทั้งสิ้น ๑ กิโลกรัม ในช่องทางเติมเศษอาหาร แล้วกวนให้เข้ากันกับปฏิกูลที่มีอยู่ในถังหมักเดิม เปิดช่องทางระบายด้านข้างเพื่อให้ปฏิกูลส่วนเกินไหลออกมา ปริมาณ ๑ กก. (สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยได้)
 
เทคนิคที่ควรทราบ
 
ไม่ควรเติมวัสดุที่เป็นกรด จะทำให้ไม่เกิดแก๊ส เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว
 
มะละกอ ผักตบชวา หน่อไม้ กากถั่วเหลือง จะเกิดแก๊สได้ดี
 
การเก็บแก๊ส นอกจากเก็บโดยถังที่คว่ำในน้ำแล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ อีก เช่น เก็บไว้ในยางรถยนต์
เพิ่มความดันให้มากขึ้นโดยใช้น้ำหนักกดทับถังแก๊สให้มากขึ้น เมื่อมีความดันสูง ก็ไม่จำเป็นต้องปรับเตาแก๊ส ถ้ามีความดันต่ำ ต้องเจาะรูส่งแก๊สที่เตาให้โตขึ้น
 
เตาที่จะใช้ควรเป็นเตาหัวเดียว ระยะเดือนแรกๆ แก๊สจะยังไม่มาก แต่จะค่อยๆ มากขึ้นในเดือนต่อๆ ไป
 
ประโยชน์ของแก๊สชีวภาพ
๑. ด้านพลังงาน
เมื่อพิจารณาถึงเศรษฐกิจแล้ว การลงทุนผลิตแก๊สชีวภาพ จะลงทุนต่ำกว่าการผลิตเชื้อเพลิงชนิดอื่นๆ สามารถนำมาใช้ทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นๆ
๒. ด้านปรับปรุงสภาพแวดล้อม
โดยการนำมูลสัตว์และน้ำล้างคอกมาหมักในบ่อแก๊สชีวภาพ จะเป็นการช่วยกำจัดมูลในบริเวณที่เลี้ยง ทำให้กลิ่นเหม็นและแมลงวันในบริเวณนั้นลดลง และผลจากการหมักมูลสัตว์ในบ่อแก๊สชีวภาพที่ปราศจากออซิเจนเป็นเวลานานๆ ทำให้ไข่พยาธิและเชื้อโรคส่วนใหญ่ในมูลสัตว์ตายด้วย ซึ่งเป็นการทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรคบางชนิด เช่น โรคบิด อหิวาห์ และพยาธิที่อาจแพร่กระจายจากมูลสัตว์ด้วยกันแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้มูลสัตว์ถูกชะล้างลงไปในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ
๓. ด้านการเกษตร
การทำเป็นปุ๋ยหมัก กากที่ได้จากการหมักแก๊สชีวภาพ เราสามารถนำไปใช้เป็นปุ๋ยได้ดีกว่ามูลสัตว์สดๆ และปุ๋ยคอก ทั้งนี้เนื่องจากในขณะที่หมักจะมีการเปลี่ยนแปลงสารประกอบไนโตรเจนในมูลสัตว์ทำให้พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: