thaiagrinature


ทางรอดทางเดียวที่เหลืออยู่

ฉบับที่แล้ว อาจารย์ยักษ์เขียนเรื่อง ทางรอดของสังคมไทย ฝากไว้กับ 40 ราชภัฏ ค้างไว้ ว่าจะมาต่อสัปดาห์นี้ แต่เหตุการณ์ภัยพิบัติที่สะเทือนความรู้สึกของคนไทยทุกคน และสร้างความหวั่นไหวไปทั่วโลก นั่นคือเหตุการณ์สึนามิขนาดใหญ่ทีเกิดจากแผ่นดินไหวความแรงถึง 9 ริกเตอร์ นับเป็นหายนภัยครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษยชาติในยุคนี้จดจำได้ จึงเห็นความจำเป็นที่จะต้องเขียนถึง แนวทางรอดของมนุษยชาติในปัจจุบัน ที่อาจารย์ยักษ์มองเห็นว่าเป็นทางรอดเดียวที่เหลืออยู่ คือ การหวนคืนกลับสู่ความเรียบง่าย

ในงานมหกรรมเพื่อชีวิตให้แผ่นดิน 4 ครั้งที่ผ่านมา เราได้เตือนย้ำกันมาตลอดว่า โลกเราจะเจอวิกฤติแน่นอน ส่วนหนึ่งนั้นมาจากภายนอก ที่เกินวิสัยที่จะควบคุมได้ แต่สิ่งที่เราเห็นชัด คือ การทำลายล้างของมนุษย์ การทำลายแหล่งน้ำ การทำลายดิน ทำลายป่า ทำลายแหล่งน้ำของมนุษย์ การทำเกษตรด้วยเคมี การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และขุดเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากโลก โดยเฉพาะพลังงานขึ้นมาเผาผลาญอย่างหนัก เพื่ออำนวยความสะดวกกับความสบายให้แก่มนุษย์

ความสะดวกกับความสบายของมนุษย์นี่เองที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง จนทำให้เกิดวิกฤติธรรมชาติ ธรณีพิโรธชัดเจน ฟ้าพิโรธ ดินพิโรธและความแปรปรวนของสภาพอากาศเห็นชัดเจนในปีนี้ โดยที่ไม่มีใครนึกว่าสิ่งที่เราเตือนกันว่าเรามีเวลาเพียงน้อยนิด ก่อน 2012 นั้นจะเกิด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นก็ทำให้เราได้คิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแผ่นเปลือกโลกแผ่นเดียวกันกับเรา ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบบ้านเราซึ่งรุนแรงกว่าที่คิด

เครือข่ายของเราคิดว่า “งานวิถีบ้าน บ้าน ผ่านวิกฤตได้จริง” จะทำให้ผู้คนได้สำเหนียก และกระตุ้นให้ต้องสำนึกกันได้แล้วว่า “เราจะต้องหวนคืนกลับสู่การใช้วิถีบ้าน บ้าน ซึ่งเรียบง่าย ประหยัดและเป็นวิถีที่รุ่งเรือง” จะไม่รุ่งเรืองได้อย่างไร เมื่อเรามีวัดตั้งมากมาย กว่า 4.5 หมื่นวัด ซึ่งเป็นความรุ่มรวย ความมั่งคั่งของชาวนาไทย ของคนทั้งประเทศ ที่ช่วยกันสร้างวัดเอาไว้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาในอดีตมาในทิศทางที่ถูกต้อง เราคนไทยสนใจเรื่องอาหารการกิน สนใจเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องบุญ เรื่องทาน เรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องอากาศบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ มีพิธีบูชาแม่พระคงคา มีการขอขมาลาโทษ มีกฎเกณฑ์ มีศีลในการห้ามทำร้ายแผ่นดิน ห้ามปัสสาวะลงดิน ห้ามปัสสาวะใส่แม่พระคงคา แม่พระธรณี

สิ่งเหล่านี้เป็นความรอบรู้ที่พระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานแนวทางไว้ว่าถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่กันไปโดยเอาความสะดวกสบายเป็นหลักนั้นไม่มีทางที่โลกนี้จะทนไหว ประชากรโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน จาก 6,000 ล้านคนเพิ่มเป็นเกือบ 7,000 ล้านคน ต่างคนต่างช่วยกันทำลายคนละนิด คนละหน่อยนี่แหละ อันตรายยิ่งกว่าการที่โลกโคจรผ่านช่วงกลางของทางช้างเผือกด้วยซ้ำ

“งานวิถี บ้าน บ้าน ผ่านวิกฤตได้จริง” จะสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าคนหันมาใช้ชีวิตเรียบง่าย ประหยัด สนใจเรื่องบุญ เรื่องทาน เรื่องพลังความสามัคคีกัน อย่างนี้แหละที่จะทำให้โลกนี้มั่งคั่งจริงๆ และจะสามารถเก็บรักษาทรัพยากรของโลกไว้ได้โดยที่ธรณีก็จะไม่พิโรธ เพราะเราใช้ชีวิตด้วยความเคารพแม่พระธรณี เคารพแผ่นน้ำ เคารพแผ่นฟ้า ถึงแม้ธรณีจะพิโรธบ้างก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่เป็นเรื่องรุนแรง เพราะมนุษย์ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มความรุนแรงเพิ่มพลังความพิโรธให้แก่แผ่นดินและหากเราทุกคนสร้างต้นไม้ขึ้นไว้รอบบ้าน แม้แผ่นดินแผ่นน้ำจะพิโรธก็จะไม่รุนแรง จะเห็นได้จากเวลาที่เกิดภัยพิบัติคลื่นสึนามิที่ฝ่าเข้ามาในพื้นที่ที่มีป่ามีระบบป้องกันอย่างดี ความเสียหาย ความรุนแรงก็จะลดน้อยลง

แต่ถ้าพื้นที่ไหนที่ทำลายป่าชายเลน เอาบ้านเอาเรือนไปใส่ก็จะเกิดความเสียหายขึ้นมากมายอย่างที่มีตัวอย่างให้เห็นแล้วจากภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏให้เห็นชัด สิ่งเหล่านี้เราควรนำมาเป็นอุทาหรณ์ นี่คือสิ่งที่อาจารย์ยักษ์อยากให้คิด และไม่ใช่คิดเฉยๆ อยากให้ช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกันนำเอาสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนเอาไว้ไปปฏิบัติ คือ การรอบคอบระมัดระวังในการนำเอาความรู้ต่างๆ เข้ามาใช้ในการสร้างความเจริญเป็นเรื่องเสี่ยงต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นผลที่เกิดขึ้นจะมากมายและยิ่งใหญ่เกินที่จะควบคุม

“อ.ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู ”

พอแล้วรวย 19 มีนาคม 2554


Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: