thaiagrinature


About

ความเป็นมาของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
 
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ว่า
 “ เศรษฐกิจของเราขึ้นอยู่กับการเกษตรมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รายได้ของประเทศได้มาใช้สร้างความเจริญด้านต่างๆ เป็นรายได้จากการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่าความเจริญของประเทศต้องอาศัยความเจริญของการเกษตรเป็นสำคัญ และงานทุกๆ ฝ่ายจะดำเนินก้าวหน้าไปได้ก็เพราะการเกษตรของเราเจริญ”

               ประกอบกับ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยรับราชการใกล้ชิดกับพระองค์ท่านฯ ในหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) สำนักนายกรัฐมนตรีกว่า ๑๖ ปี ได้สัมผัสกับชีวิตของเกษตรกรในทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งได้พบกับปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินทำกิน ความยากจน ความรู้ในเรื่องการเกษตร ตลอดจนปัญหาสุขภาพ การศึกษา และอื่นๆ ประกอบกับที่ได้ถวายการรับใช้พระองค์ท่าน ได้เห็นพระองค์ท่านทุ่มเทพระวรกาย กำลังทุนทรัพย์ อีกทั้งเวลาโดยส่วนใหญ่กับการพัฒนาค้นคว้าและทดลองในสิ่งต่างๆ ภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การปลูกพืช การทำนาข้าว การปรับปรุงดิน และน้ำ การศึกษาการปลูกป่า และพืชสมุนไพร การปลูกแฝก โรงสี และเทคโนโลยีชีวภาพ การวิจัยเรื่องพลังงาน และโครงการอื่นๆ อีก มากมาย ซึ่งทรงลงมือปฏิบัติการด้วยพระองค์เอง ดังได้มีพระราชดำรัสกับกลุ่มชาวนาว่า
 “ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ศึกษาและทดลองทำนามาบ้าง และทราบดีว่าการทำนานั้น มีความยากลำบากเป็นอุปสรรคอยู่มิใช่น้อย จำเป็นต้องอาศัยพันธุ์ข้าวที่ดี และต้องใช้วิชาการต่างๆ ด้วยจึงจะได้ผลเป็นล่ำเป็นสัน อีกประการหนึ่งที่นานั้น เมื่อสิ้นฤดูทำนาแล้ว ควรจะปลูกพืชอื่นๆ บ้าง เพราะจะเพิ่มรายได้ให้อีกไม่น้อย ทั้งจะช่วยให้ดินร่วน ช่วยเพิ่มปุ๋ยกากพืช ทำให้ลักษณะเนื้อดินดีขึ้นเหมาะสำหรับจะทำนาในฤดูถัดไป”
               พระองค์ท่านทรงเน้นให้ประชาชน และเกษตรกรรู้จักพึ่งตนเอง จึงได้พระราชทานแนวคิดเรื่อง “ทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อเป็นหลักคิดให้กับทุกๆ คน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อาจารย์วิวัฒน์  ศัลยกำธร จึงได้รวบรวมกลุ่มคนในหลายๆ อาชีพ ที่มีแนวคิด แนวอุดมการณ์ ในการที่จะฟื้นฟูประเทศ โดยการนำแนวคิดเรื่องทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ ให้ใช้กับการทำการเกษตร และการดำรงชีวิตให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการรณรงค์ให้เกษตรกรเลิกใช้สารเคมี หยุดการพึ่งพาชาติตะวันตกและหันกลับมาพึ่งพาตนเอง โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เคยสืบทอดกันมาเพื่อเน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนบนผืนแผ่นดินไทย จึงได้จัดตั้งเป็น “ชมรมกสิกรรมธรรมชาติ” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2540
               จากแนวความคิดทฤษฎีใหม่ และเศรษฐกิจพอเพียงนี้เองเป็นแรงบันดาลใจให้ชมรมกสิกรรมธรรมชาติ ออกรณรงค์เผยแพร่ และให้ความรู้ ในเรื่องการทำกสิกรรมธรรมชาติเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถทำการเกษตรและอยู่อย่างพอเพียงได้จริง การดำเนินงานครั้งแรกเริ่มจากการที่ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ลงมือทำเอง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเราสามารถพึ่งตนเองได้ การพึ่งตนเองเริ่มจากการปลูกป่า ๓ อย่างเพื่อประโยชน์ไว้กินเป็นอาหาร เป็นยา มีไม้ไว้สร้างบ้าน และไว้ใช้งานต่างๆ รวมทั้งทำนา ทำปุ๋ย ทำเอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติใช้เองในนาข้าว และพืชชนิดอื่นๆ ทั้งพืชผักและไม้ผลรวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย โดยทำการทดลองที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และนำประสบการณ์ที่ปฏิบัติจริงไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกันก็ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี การผลิตเอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติ สมุนไพรไล่แมลง โดยทำการทดลองและเผยแพร่ในพื้นที่ของเกษตรกรกว่า ๕๐ จังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศ ประเภทของพืชที่ทำการทดลอง ได้แก่ข้าว พืชตระกูลแตง พืชตระกูลถั่ว หอมแดง หอมแบ่ง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม้ไผ่ตง อ้อย ยางพารา ทุเรียน มังคุด ลองกอง ส้ม มะม่วง ขนุน ลำไย มะไฟ ฯลฯ ส่วนด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แก่ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม การเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงปลานิล เป็นต้น
               การดำเนินกิจกรรมของชมรมกสิกรรมธรรมชาติ ตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้งชมรมฯ ได้ให้ความรู้ และช่วยเหลือให้กับเกษตรกรในหลายๆ จังหวัด ประกอบกับชมรมฯ ได้แนวร่วมมีประชาชน และเกษตรกรที่สนใจ และพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของชมรมฯ  ทวีมากขึ้น จนกระทั่งสมาชิกในชมรมฯ เห็นพ้องต้องกันว่า  เพื่อให้การดำเนินงานของชมรมฯ เป็นไปอย่างยั่งยืน คล่องตัว และชัดเจนมากยิ่งขึ้น จึงได้จดทะเบียนขึ้นเป็นมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นการนำโครงการต่างๆ ที่ชมรมได้ดำเนินการมาสานต่อ และเผยแพร่ ขยายให้กว้างไกลยิ่งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินงาน ดังนี้

วัตถุประสงค์
๑. เพื่อส่งเสริมการผลิตอาหารไร้สารพิษ ปราศจากสารเคมี สำหรับมวลมนุษย์ชาติ
๒. สนับสนุน ฝึกอบรม ศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อการกสิกรรม การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การปศุสัตว์ การพลังงาน การแพทย์เภสัชกรรม และการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเน้นภูมิปัญญาตะวันออก
๓. สนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ พึ่งพาอาศัยกันและการพึ่งพิงกันกว้างขวางยิ่งขึ้นตามแนวพระราชดำริ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทฤษฎีใหม่
๔. สนับสนุนให้เกษตรกร ชุมชน และองค์กรธุรกิจ ดำเนินการผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ชีวภาพ เพื่อทดแทนสารเคมี และสารพิษทางการเกษตร
๕. ส่งเสริมงานวัฒนธรรม
๖. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์ หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ
๗. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

เป้าหมาย
 มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ จะดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองให้ได้ โดยพึ่งพาอาศัยกัน มีความสามัคคีกัน และดำรงอยู่อย่างพอเพียงภายใต้พระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอพียง โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการดังนี้
๑. ดำเนินการจัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ  ซึ่งเป็นศูนย์เครือข่ายของมูลนิธิฯ ในแต่ละภูมิภาคให้ได้ไม่น้อยกว่า ๒๕  แห่ง ภายในระยะเวลา ๕ ปี เพื่อให้ศูนย์ทำหน้าที่เป็นตำราบนดินและจัดการฝึกอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรในภาคการเกษตร
๒. ทำการศึกษาค้นคว้าวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้แก่เอนไซม์สมุนไพรธรรมชาติ ทั้งชนิดน้ำ ชนิดเม็ด ฮอร์โมน และสมุนไพรไล่แมลง เพื่อทดแทนเทคโนโลยีเคมี 
๓. สนับสนุนให้ชุมชนพึ่งตนเองให้ได้ ทั้งในเรื่องปัจจัยการผลิต การแปรรูปและการตลาดให้ครบวงจร โดยจัดให้มีการจัดตั้งร้านค้า สหกรณ์ ประจำชุมชน
๔. สนับสนุนให้ความร่วมมือ และคำปรึกษากับองค์กรต่างๆ ทั้งกลุ่มเกษตรกร ชมรม และสหกรณ์ ในการปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า เพื่อพัฒนาและขยายการผลิต รวมถึงเศรษฐกิจของชุมชน

หลักการและเหตุผล
 การดำเนินงานในการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงในแง่ของการปฏิบัติให้เกษตรกรได้เห็นจริงและเข้าใจ จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนำมาสู่แนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ในการเผยแพร่แนวความคิดและดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และโครงการต่างๆ ต่อไป

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง
๑. เพื่อเป็นศูนย์ค้นคว้าวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการกสิกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การปศุสัตว์ การพลังงาน การแพทย์ เภสัชกรรม การจัดการสิ่งแวดล้อม โดยใช้ภูมิปัญญาตะวันออก
๒. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรม/ถ่ายทอดเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และประชาชน
๓. เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลภายใต้โครงการของกระทรวงเกษตรและ  สหกรณ์
๔. เพื่อเป็นสถานที่จัดทำแปลงสาธิตในเรื่องการนำเทคโนโลยีชีวภาพมาใช้กับสมุนไพร ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว นาข้าวเพื่อให้ความรู้และเป็นแปลงตัวอย่างให้กับกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น และเกษตรกรอื่นๆ ที่สนใจ
๕. เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการเกษตรในอดีต โดยจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวนาต่อไป
๖. เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้กับผู้ที่สนใจทางด้านการเกษตรแบบธรรมชาติ เข้าแวะชม และแสวงหาความรู้ที่เสมือนตำราบนดิน
๗. เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่เปิดให้กับ หน่วยงาน องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ ที่สนใจ ใช้เป็นสถานที่จัดอบรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรทุกประเภท


Leave a Comment so far
Leave a comment



Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s



%d bloggers like this: