thaiagrinature


ยุทธศาสตร์ภาคประชาชน เพื่อรับมือวิกฤติการณ์

ช่วงที่ผ่านมา อาจารย์ยักษ์รู้สึกว่าสัญชาตญาณมดของตัวเองค่อนข้างจะทำงาน เกิดเป็นความกังวลใจแปลกๆ ในช่วงหลายวันมานี้ แต่เมื่อมองดูสภาพสังคมปัจจุบันก็เข้าใจว่า ทำไมสัญชาตญาณมดจึงได้ทำงาน เหตุสำคัญคงเป็นเพราะภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่ในช่วงนี้ แต่แนวทางแก้ปัญหาของรัฐยังเดินไปตามแนวทางเดิมๆ ซึ่งเห็นกันอยู่แล้วว่าเป็นการแก้ปัญหาผิดทาง นอกจากนั้นปัญหาเศรษฐกิจก็กำลังลุกลามไปทั่วโลก ราคาน้ำมันแพง อาหารขาดแคลน ฯลฯ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะส่งผลสะเทือนถึงประเทศเราอย่างแน่นอน

เมื่อมองไปที่การเมืองก็พบแต่ความสับสน วุ่นวาย ขัดแย้งกันภายในจนไม่มีเวลามาแก้ปัญหาของประชาชน ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะรัฐกุมไว้ทั้งกำลังคน ทรัพยากร และงบประมาณ สุดท้ายอาจารย์ยักษ์มองเห็นความพยายามของสังคมกระแสหลักที่กำลังดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด ที่จะส่งผลกระทบอย่างแรงต่อสังคม

อาจารย์ยักษ์ดูแล้วก็เห็นแต่ประเด็นความขัดแย้งที่จะรุนแรงขึ้น และแนวทางที่เป็นไปได้มีทางเดียว คือ ภาคประชาชนจะต้องวางยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนพวกเรากันเอง อย่างเป็นกระบวนและเป็นขบวนเพื่อรับภาวะวิกฤติซึ่งจะมาถึงทุกคน เหมือนท่ามกลางกระแสน้ำที่หลากมา จะมีต้นไม้ มีขอนไม้ สวะลอยมา หากเราดึงเอาสวะมาเกี่ยวกับขอนไม้ ก็กลายเป็นเกาะขึ้นกลางน้ำ หากเราดึงสวะเข้ามาเรื่อยๆ ดึงอะไรต่างๆ ที่ลอยตามน้ำมาขึ้นมาไว้เป็นกอที่ใหญ่ขึ้นพอสำหรับเป็นที่พักพิง สิงสาราสัตว์ลอยตามน้ำมาก็ช่วยดึงขึ้นมาไว้ ก็จะเป็นที่พึ่งของคนของสัตว์ได้ เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นในภาวะวิกฤติ แต่จะทำอย่างไรให้เกิดขึ้นเป็นจริงนั้น ก็เป็นเรื่องยาก แต่ก็ต้องทำ

เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ก็มองว่า ในท่ามกลางวิกฤติการณ์นี้ กลุ่มเรายังพอจะเป็นที่พึ่งได้บ้าง แม้จะยังไม่แข็งแกร่ง แต่เราก็เตรียมการมาหลายปีแล้ว พอพึ่งตัวเองได้และเตรียมการฝึกคนในให้เข้มแข็งมากขึ้น ให้มีพลังมากขึ้น เพื่อยกระดับศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ สู่ “ค่ายกสิกรรมธรรมชาติ” ให้เป็นที่พึ่ง ที่อพยพเวลาเกิดวิกฤติ

ส่วนการวางกำลังนั้น อาจารย์ยักษ์มองว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเชื่อมโยงกับทุกฝ่ายให้ครบเบญจภาคี โดยต้องแบ่งงานคนในให้ชัดเจน เยาวชนรุ่นเล็กมีแรง มีกำลังต้องเคลื่อนแรงและเร็ว ขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปลุกกระแสเยาวชนขึ้น ให้วัยรุ่น ให้เยาวชน ได้เข้ามาร่วมกำลัง เป็นเปลือก เป็นกระพี้ให้ได้ยิ่งดี จากนั้นฝึกให้เขาแม่นทฤษฎี มีวิญญาณ ประสานเซียนได้ ขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มเยาวชนด้วยกันเองได้ นี่คืองานหลักในการสร้างกองกำลังรุ่นเยาว์เพื่อทำงานขับเคลื่อนภาคประชาชน

ประการที่สอง กลุ่มคนรุ่นกลางจะเน้นหนักในการทำงานขับเคลื่อนลุ่มน้ำ โดยใช้ตัวอย่างความสำเร็จของการขับเคลื่อนเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ที่ลุ่มน้ำพะโต๊ะ จ.ชุมพร ซึ่งเกิดจากการเชื่อมโยงภาคราชการ คือ พงศา ชูแนม จากหน่วยอนุรักษ์จัดการพื้นที่ต้นน้ำพะโต๊ะเชื่อมกับวริสร รักษ์พันธุ์ ภาคเอกชนจากชุมพร คาบาน่าที่ปลายน้ำ  และสื่อมวลชนเข้าร่วมสนับสนุน สื่อหลักคือทีวีบูรพาและสื่อมวลชนในพื้นที่เข้ามาร่วมมากมาย

ส่วนภาคประชาชนนั้น ถูกจัดตั้งขึ้นมาเต็มไปหมด ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ และภาควิชาการในนามของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็เข้ามาจับมือร่วมด้วย โดยการนำเครื่องมือมาตรวจวัดคุณภาพน้ำ กลายเป็นองค์ประกอบ 5 ภาคีที่จริงจัง และผู้ว่าราชการจังหวัดให้การสนับสนุน การขับเคลื่อนลุ่มน้ำพะโต๊ะจึงสำเร็จ แต่โมเดลความสำเร็จนี้ไม่ใช่เป็นเพียงโมเดลเดียวที่ทำได้ การทำงานของเครือข่ายในลุ่มน้ำอื่นๆ ยังมีโมเดลที่เกิดขึ้นจากการนำของภาคีอื่นๆ แต่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน และเป็นต้นแบบให้ทีมรุ่นกลางขับเคลื่อนในโมเดลเดียวกัน

 อาทิตย์หน้า อาจารย์ยักษ์จะมาเล่าให้ฟังถึงยุทธศาสตร์ภาคประชาชนที่จะพลิกขึ้นมาเพื่อรับมือภาวะวิกฤติและการเกิดขึ้นของ “ค่ายกสิกรรมธรรมชาติ” ค่ายอพยพที่มีทั้งอาหาร ที่พัก และความรู้ที่ได้วางแผนรับมือทั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุการณ์ไว้พร้อมแล้ว

“อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู”

คม ชัด ลึก พอแล้วรวย 23 เมษายน 2554

Advertisements


ภารกิจเร่งด่วนหลังน้ำลด (1)

อาจารย์ยักษ์ได้รับคำถามมากมายหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้อย่างหนักหนาสาหัสแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนว่า จะรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นจริงแล้วนี้ได้อย่างไร ก่อนอื่นอาจารย์ยักษ์ต้องขอย้ำว่าเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมานานกว่า 25 ปีแล้วว่า สิ่งที่พระเตือน สิ่งที่ ผู้ใหญ่ในอดีตเตือน และสำคัญที่สุด คือ สิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวเตือนว่า ภัยพิบัติธรรมชาติจะเกิดขึ้นทั้ง 4 ด้านนี้จะเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะภัยพิบัติธรรมชาติ ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วว่า ภัยแล้งก็เจอแน่ๆ น้ำท่วมเราก็เห็นอยู่แล้ว แผ่นดินถล่มเราก็เจอแล้ว แล้วยังจะมีสึนามิที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยแต่เราก็เจอมาหมดแล้ว เฉพาะในประเทศไทยที่เราเชื่อว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลอดภัยแห่งหนึ่งในโลก

อาจารย์ยักษ์เชื่อว่า สิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องทำ คือ การกำหนด “แผนเตรียมการ” หรือแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติซึ่งอาจารย์ยักษ์เองในฐานะที่เคยเป็นผู้วิเคราะห์นโยบายและแผน ของกองวางแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติมาก่อนจะเล่าย้อนให้ฟังว่า เรามีแผนวิธีคิดที่จะต้องเตรียมการล่วงหน้า ไม่ใช่รอให้เกิดแล้วไปแก้กัน การเตรียมการล่วงหน้านี้มีมากมายและเป็นสิ่งจำเป็นนี่คือเรื่องแรก เสร็จแล้วเรื่องที่สองคือ เราต้องเตรียมพร้อมเผชิญเหตุการณ์ ระหว่างเหตุการณ์เราจะทำอย่างไรเพื่อให้คนเจ็บ คนตายน้อยที่สุด ซึ่งก็มีวิธีการโดยเฉพาะ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่ทั้งเหนื่อยและหนัก และต้องทำต่อเนื่องยาวนาน คือ งานฟื้นฟูหลังจากเกิดเหตุภัยพิบัติแล้ว ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเข้าไปฟื้นฟู ทั้งฟื้นฟูบ้านเรือน ทั้งฟื้นฟูแหล่งทำมาหากิน แหล่งน้ำ ถนนหนทางในการเดินทาง ฟื้นฟูอาชีพ อีกมากมายที่สำคัญที่สุด คือ ฟื้นฟูจิตใจของคน

ถ้าสังคมเรารวมกลุ่มกันได้ และมีระบบที่พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเรียกว่า มี “ความรู้” มีความมีน้ำใจ จุนเจือ ช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อกัน ก็สามารถที่จะเตรียมพร้อมได้แน่นอน และหากจะถามว่าเตรียมได้อย่างไรนั้น ประการที่หนึ่งซึ่งอาจารย์ยักษ์เพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับ ดร.รอยล จิตรดอน เมื่อวานนี้ ท่านก็ได้ให้ข้อมูลว่านักวิทยาศาสตร์เองมีข้อมูลแล้วว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย เสี่ยงปานกลาง พื้นที่เสี่ยงภัยอยู่ตรงไหน ซึ่งอาจารย์ยักษ์เห็นว่าความรู้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าจะแพร่ลงสู่ประชาชนให้เร็วที่สุด และจัดตั้งให้รู้ว่าเขาอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย และจะต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง แผ่นดินถล่ม หรือภัยพิบัติแบบใด จะต้องเจอกับแผ่นดินไหว หรือสตรอมเซิร์ส สึนามิ ให้เขารู้ว่าคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและชีวิตจะต้องเตรียมมากกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ถึงเวลาแล้วที่ความรู้เหล่านี้ต้องแพร่ลงถึงชาวบ้านให้มากที่สุด นี่คือขั้นที่หนึ่ง จากทั้งหมดสามขั้นตอน เตรียมการก่อนเกิดเหตุ เตรียมพร้อมเผชิญเหตุการณ์ และแผนฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์

ในขั้นแรกเมื่อเรามีข้อมูล เราจะทราบว่าจะเตรียมทำอย่างไร เมื่อรู้ว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย และหากเราบอกแล้วเขากลับบอกว่า โอ๊ย…ไม่มีหรอก บรรพบุรุษอยู่มาหลายชั่วคนไม่เคยมีมาก่อน ฉันไม่เตรียมหรอก ไม่มีแน่นอน… เราก็ต้องชี้แจงเขาว่า นั่นเป็นความเชื่อเก่า ปัจจัยต่างของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วในยุคสมัยนี้ และก็มีบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น ก็เกิดขึ้นแล้ว พื้นที่ที่ไม่เคยท่วมเลยตลอดชั่วอายุคน คนอายุ 70-80 ปีบอกว่าเกิดมาไม่เคยเห็นแบบนี้เลย ตอนนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม แผ่นดินแยก ดินถล่ม ซึ่งเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ฉบับหน้าอาจารย์ยักษ์จะขอมาเล่าต่อถึงแนวทางฟื้นฟู ป้องกัน และเตือนภัยพิบัติธรรมชาติ +

อาจารย์ยักษ์ มหา’ลัยคอกหมู

คม ชัด ลึก พอแล้วรวย 9 เมษายน 2554